Skip to main content

สิวที่หู สาเหตุและวิธีรับมือง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

สิวที่หู เกิดขึ้นเมื่อมีความมัน เหงื่อ หรือ เซลล์ผิวหนังที่ตายอุดตันอยู่ภายในรูขุมขน ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญให้กับทุกคน แต่ยังสร้างความเจ็บปวดเมื่อสัมผัส สวมแว่นตา จัดแต่งทรงผม หรือแม้กระทั่งนอนในท่าตะแคง อย่างไรก็ตาม สิวที่หูมักรักษาให้หายได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปพบแพทย์ แล้วการดูแลรักษาสิวด้วยตัวเองจะมีอะไรบ้างนั้น ดูได้จากบทความนี้

สาเหตุของการเกิดสิวที่หู

สิวที่หูมีหลายชนิดด้วยกัน เช่น สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวหัวช้าง สิวหัวหนอง เป็นต้น และสามารถเกิดขึ้นบริเวณใบหูหรือรูหูชั้นนอกก็ได้ โดยสาเหตุของการเกิดสิวมีดังนี้

  • หมวกที่คับหรือผ้าพันศีรษะที่รัดแน่น จะเป็นตัวซับความมันและเหงื่อบริเวณศีรษะและหู ส่งผลให้เกิดสิวที่หู ใบหน้า และตามไรผม
  • การสะสมของแบคทีเรีย โดยเฉพาะหูฟังที่ไม่ได้ทำความสะอาดอาจทำให้เกิดสิวได้ รวมถึงการนำนิ้วที่อาจปนเปื้อนแบคทีเรียแหย่เข้าไปในหูด้วย
  • ความเครียด อาจทำให้ร่างกายหลั่งเหงื่อออกมามากเกินไป หรือทำให้ฮอร์โมนที่ช่วยในการผลิตน้ำมันในร่างกายทำงานผิดปกติ
  • การแพ้อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม หรือเครื่องสำอางค์ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวที่หู หากมีอาการแพ้อื่น ๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้ตรงจุดต่อไป
  • ระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลกัน เมื่อฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ตั้งครรภ์หรือใช้ยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดสิวได้

สิวที่หู

สาเหตุของการเกิดสิวที่หู

สิวที่หูมีหลายชนิดด้วยกัน เช่น สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวหัวช้าง สิวหัวหนอง เป็นต้น และสามารถเกิดขึ้นบริเวณใบหูหรือรูหูชั้นนอกก็ได้ โดยสาเหตุของการเกิดสิวมีดังนี้

  • หมวกที่คับหรือผ้าพันศีรษะที่รัดแน่น จะเป็นตัวซับความมันและเหงื่อบริเวณศีรษะและหู ส่งผลให้เกิดสิวที่หู ใบหน้า และตามไรผม
  • การสะสมของแบคทีเรีย โดยเฉพาะหูฟังที่ไม่ได้ทำความสะอาดอาจทำให้เกิดสิวได้ รวมถึงการนำนิ้วที่อาจปนเปื้อนแบคทีเรียแหย่เข้าไปในหูด้วย
  • ความเครียด อาจทำให้ร่างกายหลั่งเหงื่อออกมามากเกินไป หรือทำให้ฮอร์โมนที่ช่วยในการผลิตน้ำมันในร่างกายทำงานผิดปกติ
  • การแพ้อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม หรือเครื่องสำอางค์ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวที่หู หากมีอาการแพ้อื่น ๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้ตรงจุดต่อไป
  • ระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลกัน เมื่อฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ตั้งครรภ์หรือใช้ยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดสิวได้

วิธีจัดการกับสิวที่หูด้วยตนเอง

เนื่องจากหูเป็นอวัยวะที่ละเอียดอ่อนและยากจะมองเห็น สิวที่หูจึงต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การรักษาสิวบริเวณดังกล่าวคล้ายคลึงกับการรักษาที่บริเวณอื่น ๆ ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังต่อไปนี้อาจช่วยให้ผิวกลับมามีสุขภาพดีเร็วขึ้น

  • ไม่แกะเกาหรือบีบสิวที่หู
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณผิวหนังที่เกิดสิว
  • ทำความสะอาดรอบใบหูด้วยสบู่อ่อน ๆ
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมและผิวหนังที่ทำให้เกิดการระคายเคือง
  • ใช้ยารักษาสิว โลชั่นบำรุงผิว หรือทำความสะอาดบริเวณที่เป็นสิวด้วยความระมัดระวังเพราะอาจทำให้ผิวแห้ง

แม้จะรักษาสิวด้วยตัวเองแล้ว แต่ถ้ายังมีอาการเจ็บปวดหรืออาการไม่ทุเลาลงก็ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคนมากที่สุด โดยแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยารักษาสิว เช่น

  • ยาทาเฉพาะที่ที่ได้มาจากวิตามินเอซึ่งสามารถหาซื้อได้เองและสั่งจ่ายโดยแพทย์ผู้รักษา โดยมียาเตรทติโนอินที่แพทย์นิยมนำมาใช้ในการรักษาสิวบ่อย ๆ
  • เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ เป็นยารักษาสิวที่มีความรุนแรงในระดับปานกลาง ช่วยในการต้านแบคทีเรียและทำให้ผิวหนังแห้ง แต่ผู้ใช้ไม่ควรทายานี้ในบริเวณที่มีแผล หรือภายในจมูกหรือปาก เพราะอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
  • ยาปฏิชีวนะ เป็นยาที่นำมาใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว เช่น ยาไมโนไซคลีน ยาด็อกซีไซคลิน เป็นต้น แต่ในปัจจุบันการรักษาด้วยยาชนิดนี้ลดน้อยลง เพราะอาจทำให้ร่างกายของผู้ป่วยดื้อยาได้
  • ไอโซเตรติโนอิน คือ ยาอนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ ซึ่งมักนำมาใช้รักษาสิวหัวช้างที่มีอาการรุนแรง ถึงแม้ว่ายานี้จะมีประสิทธิภาพในการรักษาสูง แต่ความเสี่ยงต่อสุขภาพก็สูงเช่นกัน

เพื่อให้ผิวปราศจากสิวอย่างปลอดภัย ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาเสมอ เนื่องจากยารักษาสิวเหล่านี้อาจทำปฏิกิริยากับยาชนิดอื่นจนเกิดผลเสียต่อร่างกาย โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะบางชนิด สารจากวิตามินเอ และยากลุ่มเอ็นเสดอาจทำให้เกิดอาการตาไวต่อแสง ยิ่งไปกว่านั้นยาปฏิชีวนะยังอาจส่งผลให้ยาคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพลดลงด้วย

เมื่อใดที่ควรไปพบแพทย์ ?

หากเป็นสิวแม้จะรักษาความสะอาดของหูอยู่เป็นประจำและไม่มีอาการระคายเคืองใด ๆ สิวบริเวณดังกล่าวไม่หายไป หรือทำให้เกิดความรำคาญเป็นอย่างมาก ควรไปพบแพทย์หรือแพทย์ผิวหนัง เพื่อตรวจหาสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเข้ารับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

1. เพราะล้างหูไม่สะอาด

การที่เราอาบน้ำสระผมเป็นประจำนั้น จะช่วยลดสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ตามร่างกาย และกลิ่นตัวที่เกิดจากการหมักของเหงื่อและแบคทีเรียให้ลดลงได้ แต่หลายคนคงจะลืมอวัยวะสำคัญอีกหนึ่งสิ่งไป นั่นก็คือ ใบหู ซึ่งบางคนอาจจะล้างใบหูดูน้ำยาสระผม บ้างก็ใช้สบู่ หรือบางคนก็ใช้โฟมล้างหน้าในการล้างใบหู ไม่ว่าจะใช้อะไรล้างใบหูก็ตาม ต้องระวังไม่ให้โฟมหรือฟองตกค้างอยู่ที่ซอกหู ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวที่หูได้ เพราะใบหูนั้นไม่ได้เรียบเนียนให้เกลี่ยสารเคมีเหล่านั้นออกได้ง่ายๆ มีสิทธิ์ที่สารเคมีเหล่านั้นจะติดอยู่กับใบหูได้ถ้าล้างออกไม่หมด

2. เกิดจากแพ้น้ำยาสระผม

น้ำยาสระผมก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดสิว เพราะเราอาจจะแพ้สารเคมีบางตัวในน้ำยาสระผมได้ อย่างเช่นแชมพูที่มีสารซิลิโคนผสมอยู่ หรือบางคนก็อาจจะแพ้น้ำหอมที่ผสมมาในตัวแชมพู อาการแพ้เหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การแพ้น้ำยาสระผมเท่านั้น แต่คุณอาจจะแพ้ครีมนวดผม น้ำยาแต่งผมทั้งพวกเจล มูส หรือสเปรย์ ก็ล้วนแต่มีสารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้หรือการอุดตันได้ทั้งนั้น และมันจะไม่ได้ทำให้คุณเป็นสิวเฉพาะที่ใบหู แต่ยังมีสิวผิวและสิวอักเสบบริเวณรอบๆ กรอบหน้าและตามไรผมได้อีกด้วย

3. ที่นอน/ปลอกหมอนสกปรก

ถ้าใครไม่เคยซักที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่มบ้างเลยก็เตรียมตัวสิวขึ้นได้เลย เพราะเครื่องนอนเหล่านั้น นอกจากจะเป็นแหล่งสะสมฝุ่นชั้นดีแล้ว ยังมีส่วนผสมของเหื่อไคลและน้ำลายของเราที่ไหลย้อยลงไปเปื้อนตอนนอนหลับอีกต่างหาก แต่ไม่ใช่ว่าแค่ซักแล้วมันจะหายไปง่ายๆ นะ ทางที่ดีควรนำเครื่องนอนไปตากแดดฆ่าเชื้อโรคด้วยล่ะ

4. ชอบใช้หูฟังร่วมกับคนอื่น

หูฟังที่ยัดเข้าไปในรูหู ซึ่งมีทั้งขี้หู เหงื่อ และสิ่งสกปรกต่างๆ กองรมกันอยู่ในนั้น การใช้หูฟังที่ถูกสุขลักษณะนั้น คุณควรจะทำความสะอาดหูฟังของคุณทุก 2-3 วัน โดยนำแอลกอฮอลล์มาเช็ดให้สะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรค และสิ่งที่ไม่ควรทำมากที่สุด คือ การใช้หูฟังร่วมกับผู้อื่น เพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มเชื้อแบคทีเรียใหม่ๆ ให้กับหูของคุณแล้ว หูของคุณก็มีโอกาสเกิดสิว ว่ากันว่าสิวที่เกิดบริเวณใบหูนั้นจะทำให้คุณเจ็บมากที่สุด รองลงมาจากการเป็นสิวที่รูจมูกเลยล่ะ

5. ไม่ค่อยสระผม

ผมของเรานั้นมีน้ำมันคอยเคลือบผมอยู่ ซึ่งพอมันมันมากๆ ก็จะเก็บกักเอาฝุ่นและสิ่งสกปรกสะสมเอาไว้ตามเกล็ดผม นอกจากจะสิ่งกลิ่นเหม็นและหวีได้ยาก จัดทรงลำบากแล้ว ก็อาจเป็นสาเหตุหลักในการเกิดสิวได้ด้วย แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการไม่สระผม แต่ถ้าไม่สระผมนานๆ เข้า อาจร้ายแรงถึงขนาดเป็นเหา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *